deelike.com

News & Events



 

News & Events

Windows

  ยอดขาย Windows Vista กำลังไปได้สวย เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

ไมโครซอฟท์ยักษ์ใหญ่แห่งวงการซอฟต์แวร์ คงฉีกยิ้มได้กับยอดขายวินโดวส์วิสต้า ที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์เอาไว้ หลังจากต้องเลื่อนวันวางจำหน่ายไปหลายครั้งก็ตาม รวมทั้งชุดโปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศด้วย
ซึ่งจากยอดขายในไตรมาสแรก ที่วางจำหน่ายไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยตัวเลขที่มีมูลค่าถึง 14 พันล้านดอลล่าร์ (หรือประมาณ 490,000 ล้านบาท) และบริษัทยังเชื่ออีกว่า น่าจะทำยอดขายในปี 2008 รวมแล้วกว่า 57 พันล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อวินโดวส์วิสต้า จะมาจากทั้งการซื้อแบบเฉพาะผลิตภัณฑ์ และการซื้อคอมพิวเตอร์พีซี ที่มีวิสต้าติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องเลย
โดยปกติแล้ว ระดับของลูกค้าที่จะยอมรับระบบปฎิบัติการใหม่ และชุดออฟฟิศแอพพลิเคชัพตัวใหม่นั้น จะต้องมีเหตุผลที่มากพอ ที่จะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจมาใช้ได้ อย่างเช่นที่มีข่าวว่า Dell ได้ตัดสินใจขายเครื่องพีซี ที่ติดตั้งวินโดวส์เอ็กซ์พีไปพร้อมกับเครื่อง แทนที่จะติดตั้งวินโดวส์วิสต้า
แต่อย่างไรก็ตาม ยอดขายของวินโดวส์วิสต้า ก็ค่อนข้างจะสวนกระแสกับการวิพากษ์วิจารณ์กันใน เว็บไซต์ห้องนักข่าวและ blog ของไมโครซอฟท์ ห้อง Chat room และการพูดคุยกันในกลุ่มบนอินเทอร์เน็ต ที่ค่อนข้างจะให้คะแนนวินโดวส์วิสต้าในแง่ลบ ทำให้ใครต่อใครหลายๆ คน งงกับยอดขาย ที่ทางไมโครซอฟท์ประกาศออกมาในช่วยไตรมาสแรกของปี 2007

ที่มา: http://www.bbc.com/

 

  แนวโน้มเทคโนโลยีปี 2008 จาก Economist

นิตยสาร The Economist ได้พยากรณ์แนวโน้มเทคโนโลยีปี 2008 โดยเฉพาะเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 3 ข้อดังนี้

อินเทอร์เน็ตจะช้าลง ด้วยเหตุผลว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “ดาวน์โหลด” อย่างเดียว มาเป็น “อััพโหลด” มากขึ้น (user-generated content) ผสมด้วยเนื้อหาที่มีขนาดใหญ่อย่างภาพยนตร์แบบ HD ทำให้ขนาดไฟล์ที่วิ่งอยู่บนเครือข่าย P2P ใหญ่ขึ้นไปเป็นเงาตามตัว ขณะนี้ยังเป็นที่เถียงกันอยู่ว่าโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตปัจจุบันจะรองรับได้แค่ไหน อาจเลวร้ายถึงขั้นอินเทอร์เน็ตล่มสลายหรือไม่ (อ่านรายละเอียดในเรื่องนี้จากสกู๊ปของ Ars Technica)
อินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนรูปแบบออกไป ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อด้วยคอมพิวเตอร์เหมือนเคย ผู้เล่นที่สำคัญในเรื่องนี้คือกูเกิล ซึ่งออกจิ๊กซอตัวแรกอย่าง Android มาแล้ว และปลายเดือนมกราคมปีหน้า กูเกิลจะยังเข้าประมูลความถี่ช่วง 700MHz ของรัฐบาลสหรัฐที่ว่างลง ถ้าประมูลชนะ (ราคาขั้นต่ำของบล็อค C ที่กูเกิลต้องการ อยู่ประมาณ 4.6 พันล้านเหรียญ) อนาคตเราจะเห็นกูเกิลรุกเข้าธุรกิจโทรคมนาคมเต็มตัว และเปลี่ยนโฉมวงการสื่อสารของสหรัฐก็เป็นได้ (อ่านรายละเอียดเรื่องความถี่ 700MHz ที่ Wired และ Gigaom)
เทคโนโลยีที่เปิดกว้างมากขึ้น ขนาดบริษัทอย่างแอปเปิลยังเตรียมจะเปิดให้นักพัฒนาภายนอกเขียนโปรแกรมสำหรับ iPhone นี่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีเปิด (ทั้งโอเพนซอร์ส, มาตรฐานเปิด, แนวคิดการเปิด API) ได้รับการยอมรับในวงกว้าง Economist ตัวอย่างเทคโนโลยีเปิดที่มาแรงได้แก่ Ubuntu, OLPC และโน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่ใช้ลินุกซ์ไม่ว่าจะเป็น Eee PC หรือ gPC นี่อาจแปลได้ว่าใครไม่เคยใช้โอเพนซอร์สอาจจะตกยุคได้ในเร็ววัน

ที่มา: Economist